วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

นพค.56อุบลราชธานี เพาะ‘ไส้เดือนดิน’ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ

นพค.56อุบลราชธานี เพาะ‘ไส้เดือนดิน’ผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ

วันจันทร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.


การเพาะไส้เดือนนั้นมีประโยชน์เหลือหลาย “ไส้เดือนดิน” จัดอยู่ในกลุ่มผู้ย่อยสลายซากอินทรีย์ในระบบนิเวศ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามที่อยู่อาศัยและนิสัยในการกินอาหารคือ ไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ตามผิวดิน หรือใต้ซากอินทรีย์ และไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ใต้ดินโดยการขุดรูอยู่ โดยไส้เดือนดินที่อยู่ตามผิวดินหรือใต้ซากอินทรีย์จะมีประสิทธิภาพในการย่อย สารอินทรีย์ในดินได้ดีกว่า และมีการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วกว่าด้วย โดยทั่วไปในธรรมชาติไส้เดือนดินมีอายุที่ยาวนาน ตั้งแต่ 4-10 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไส้เดือนดิน         
พ.อ.อัครภณ  ทองสุทธิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นพค.56 สนภ.5 นทพ.) กล่าวว่า “ไส้เดือนดิน” จัดอยู่ในกลุ่มผู้ย่อยสลายซากอินทรีย์ในระบบนิเวศ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามที่อยู่อาศัยและนิสัยในการกินอาหารคือ ไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ตามผิวดินหรือใต้ซากอินทรีย์ และไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ใต้ดินโดยการขุดรูอยู่ โดยไส้เดือนดินที่อยู่ตามผิวดิน หรือใต้ซากอินทรีย์จะมีประสิทธิภาพในการย่อยสารอินทรีย์ในดินได้ดีกว่า และมีการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วกว่าด้วย โดยทั่วไปในธรรมชาติไส้เดือนดินมีอายุที่ยาวนาน ตั้งแต่ 4-10 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของไส้เดือนดิน
สำหรับสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของไส้เดือนดินประกอบ ด้วย 1.ความชื้น ไส้เดือนดินแต่ละชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในความชื้นที่แตกต่างกัน เช่น ความชื้นที่เหมาะสมต่อไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ใต้ดิน คือ 40-70% ส่วนไส้เดือนดินที่อาศัยใต้กองมูลสัตว์ หรือซากอินทรีย์จะเจริญเติบโตได้ดี ที่ความชื้น 70-80% เป็นต้น 2.อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของไส้เดือนดิน อยู่ในช่วง 15-28 องศาเซลเซียส โดยไส้เดือนดินในเขตร้อนจะทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีกว่าไส้เดือนดินใน เขตอบอุ่น 3.ความเป็นกรด-ด่างของดินมีผลต่อไส้เดือนดิน โดยทั่วไปความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมต่อไส้เดือนดินอยู่ในช่วง 6.0-8.0
อย่างไรก็ตาม พบว่า ไส้เดือนดินบางชนิดสามารถอาศัยอยู่ในสภาพที่เป็นกรดจัดได้ (3.7-4.7) 4.ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไส้เดือนดินจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในดินที่มีความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์ระหว่าง 0.01-11.5% ถ้ามีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อยู่สูงกว่าที่กำหนดจะเป็นอันตรายต่อไส้เดือนดิน  จากลักษณะการกินอาหาร (ซากอินทรีย์) และการอยู่อาศัยของไส้เดือนดิน ทำให้มีประโยชน์ต่อดินในแง่ของการย่อยสลายซากอินทรีย์ในดินทำให้ดินมีธาตุ อาหารและสารต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งการเคลื่อนที่ไปหาอาหารของไส้เดือนดินเป็นการไชชอนดิน ทำให้ดินมีความร่วนซุย มีการระบายของน้ำและการแพร่กระจายของอากาศในดินได้ดี จึงเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในดินไม่ว่าจะเป็นพืช จุลินทรีย์ และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ
ผบ.นพค.56 กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการนำไส้เดือนดินมาเพาะเลี้ยงในหน่วย มีจุดมุ่งหมายอยู่  2 ประการ คือ ประการแรก เป็นอาหารสัตว์ ประการที่สอง คือนำมาใช้ย่อยสลายวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและอาหารเพื่อผลิตเป็นปุ๋ย อินทรีย์ เช่น เศษผัก ผลไม้ หรือมูลสัตว์ เป็นต้น สำหรับวีธีการเลี้ยงผบ.นพค.56 เล่าให้ฟังว่า เราจะต้องมีการเตรียมท่อปูนซีเมนต์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง กว้าง 1 เมตร สูง 1 เมตร หรือที่เรียกว่า พื้นที่ 1 ตารางเมตร โดยท่อปูนซีเมนต์ ดังกล่าวจะต้องเจาะท่อระบายที่พื้นข้างท่อไว้ เพื่อให้ระบายน้ำได้ เหตุที่ใช้ท่อปูนซีเมนต์เนื่องจากดูแลง่ายและควบคุมอุณหภูมิได้ ทำให้ไส้เดือนโตเร็ว ล้างให้สะอาดจากนั้นนำมาวางให้เอียงด้านท่อระบายเล็กน้อยเพื่อให้น้ำจากมูล ไส้เดือนไหลออกได้ตลอดเวลา  จากนั้นนำปุ๋ยคอก (ขี้วัวหรือ ขี้ควาย) มาเทใส่ท่อปูนซีเมนต์ ประมาณ 70 เซนติเมตร จากนั้นตักน้ำเทใส่ลงไปแช่ประมาณ 2 ถัง แช่น้ำไว้ประมาณ 2-3 วัน เปิดก๊อกน้ำที่ก้นท่อระบายน้ำออก โดยใช้ถังรองน้ำไว้ เพื่อนำไปฉีด หรือรดต้นไม้อื่นๆ ปล่อยให้ขี้วัว หมาดๆ ทดลองใช้มือกำดินขึ้นมาดูให้แน่น
หากพบว่า ปั้นเข้าติดกันได้ถือว่าใช้ได้ เสร็จแล้วเตรียมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไส้เดือนนำมาปล่อยลงประมาณ 1 ท่อ/1,000 ตัว (หรือที่เรียกว่าสูตร 1 ตารางเมตร/1,000 ตัว) ทิ้งไว้ 3-4 วัน จากนั้นหาฟางข้าวหรือมุ้งเขียวมาคลุม เพื่อป้องกันศัตรูของไส้เดือน เช่น จิ้งจก คางคก แล้วคอยดูว่าไส้เดือนใช้หางแทงดินขึ้นมาบนผิวมูลวัวหรือไม่หากพบว่า มีการแทงมูลขึ้นมา จะพบว่าคล้ายกับมูลแมลงสาบก็แสดงว่าไส้เดือนปรับสภาพเข้ากับพื้นที่ได้ จากนั้นก็นำเศษอาหาร เศษผัก ผลไม้ นำมาโรยปากท่อ แล้วนำผ้าหรือฟางมาคลุมอีกชั้นหนึ่ง(เศษผัก ผลไม้ ประมาณ 2 กิโลกรัม/ท่อ )ประมาณ 10 วัน มาดูแล้วใช้มือปาดกวาดมูลไส้เดือนออกมาใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ จะได้มูลไส้เดือน ประมาณ 20 กิโลกรัม/ต่อ/10 วัน และน้ำที่ได้จากท่อระบาย ประมาณ 20 ลิตร น้ำมูลไส้เดือนมาเป็นปุ๋ยและน้ำที่ระบายจากท่อนำไปพ่นฉีดพืชผักและได้ ประโยชน์ทันที
สำหรับ ข้อสังเกต ในการขยายพันธุ์ไส้เดือน 1 ท่อ เมื่อนำมาปล่อยครั้งแรกจะประมาณ 1,000 ตัว เมื่อเก็บมูลไส้เดือนขายและสับเปลี่ยนไปมา ประมาณ 2 เดือน จะมีประชากรไส้เดือนเพิ่มประมาณ 4,000-5,000 ตัว/ท่อ ก็สามารถคัดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไปเพาะบ่อใหม่ต่อไปภายใน 2 เดือน สำหรับวิธีการบรรจุไส้เดือนดินและน้ำหมักมูลไส้เดือนเพื่อจำหน่าย  คือนำมูลไส้เดือนที่เก็บได้มาไว้ที่ร่ม ประมาณ 2-3 วัน นำมาร่อนเอาแต่มูลไส้เดือนบรรจุถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม หรือนำน้ำหมักมูลไส้เดือนที่เก็บไว้มากรองใส่ขวดน้ำอัดลมบรรจุขวดละ 1 ลิตร ขายราคากิโลกรัมละ 40-50 บาท และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนักรบสีน้ำเงิน นามหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนและท้องถิ่นตามแผนงานหลักและภารกิจ พิเศษที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติตามแนวพระราชดำริ และนโยบายของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อร่วมกันพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนรวมถึงสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับ ชุมชนที่อาศัย  หากราษฎร หรือหน่วยงานใดมีความสนใจในการเลี้ยงไส้เดือนดินสามารถติดต่อได้ที่ 45 ม.2 บ.บก ต.กลาง อ.เดชอุดม  จ.อุบลราชธานี  34160  หรือ 0-4586-6659 เราพร้อมให้บริการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตลอดวันเวลาราชการ
สุรภาพ เสียงหวาน

Wider World by CS: เหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรกปี๒๕๑๒

Wider World by CS: เหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรกปี๒๕๑๒

Wider World by CS: เหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรกปี๒๕๑๒

Wider World by CS: เหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรกปี๒๕๑๒: หลวงพ่อคูณท่านเป็นพระในยุคปัจจุบันที่เซียนพระทุกคนรู้จักและอยู่ในยุคเดียวกัน แม้ว่าในปัจจุบันท่านอายุ ๘๙ ปีแล้ว เนื่องจากท่านเป็นพระที่ดังที...

เหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรกปี๒๕๑๒

หลวงพ่อคูณท่านเป็นพระในยุคปัจจุบันที่เซียนพระทุกคนรู้จักและอยู่ในยุคเดียวกัน แม้ว่าในปัจจุบันท่านอายุ ๘๙ ปีแล้ว เนื่องจากท่านเป็นพระที่ดังที่สุดในปีพ.ศ.นี้ ดังนั้นเหรียญรุ่นแรกของท่านจึงมีราคาสูงถึงหลักแสนกลางๆ อันนี้หมายถึงเหรียญแท้ดูง่ายนะครับ เหรียญของท่านเซียนพระโคราชลงแย่งชี้ตำหนิกันไปหมด เป็นเหรียญเดียวก็ว่าได้ที่เซียนโคราชต่างแย่งกันชี้ตำหนิและต้องบอกว่าต้องเป็นแบบนี้แบบนั้นผิดจากนี้พี่เกตีเก๊ไปหมด เท่านั้นยังไม่พอพี่แกเล่นสรุปเองเออออเอง ชนิดที่เรียกว่าตอกตะปูฝาโลงศพไปเลย แต่ถ้าท่านถ้าท่านถือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า detachment จากสิ่งต่างในโลกนี้แล้ว ท่านจะเข้าใจเรื่องนี้ดี และเข้าใจตามหลักการการเล่นเหรียญ

เหรียญนั้นเรากำหนดชี้ตำหนิได้แต่ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เหตุเพราะมันไม่ใช่เหรียญอันเดียวกันจะให้เหมือนกันทุกจุดได้อย่างไร ข้อนี้คือข้อแรกที่ต้องสังวรณ์จำไว้ แม้แต่เหรียญบาทแท้ที่เราใช้ในปัจจุบันซึ่งเป็นของจริงแท้แต่ละเหรียญยังมีตำหนิไม่เหมือนกันเลย แต่ทุกเหรียญก็เป็นเหรียญแท้ทั้งนั้น

ความคมของเหรียญนี้อีกข้อที่ต้องสังวรณ์ไว้เพราะเหรียญถ้าปั้มช่วงแรกๆเอาว่าช่วงห้าร้อยถึงพันแรกน่าจะสวยและคมดี แต่ถ้าเกินนี้ย่อมมีปัญหาแน่นอนเรื่องความคมชัด เพราะเนื่องจากความสึกของเครื่องจักรเป็นเหตุ ข้อนี้ใครอยากเถียงว่าไม่ใช่ยกมือขึ้น เพราะต้องการคำอธิบายจากท่านเซียนนั้น

เหรียญรุ่นแรกนี้เท่าที่ทราบก็ผลิตมาเป็นจำนวนมากเหมือนกัน ดังนั้นเหรียญใดที่เป็นเหรียญเก็บควรได้ราคาดี แต่เหรียญใดใช้บ้างราคาควรลดหลั่นไป อย่าไปตีว่าเก๊ ถ้ามีตำหนิมากๆ/เหรียญไม่บวม/ขอบเหรียญถูกต้องตามข้อนิยมก็นั้นแหละใช่เหรียญแท้แน่นอนและเหรียญใดที่ไม่มีเม็ดขี้กากตามพื้นเหรียญก็นั้นแหละใช่เหรียญแท้ที่ราคาแพงๆ

ภาพประกอบเหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรกปี๒๕๑๒


ม.โชคชัย ทรงเสี่ยงไชย
-------------------------------------------------------------------------------------------

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

PM urges migrant protection

121026_03

Prime Minister Hun Sen during a speech in Phnom Penh, Thursday, Oct. 26, 2012. Photograph: Pha Lina/Phnom Penh Post
Some 285 million workers will migrate for employment when ASEAN countries open their borders to each other in 2015, Prime Minister Hun Sen predicted yesterday, as he urged speedier regional legislative action to ensure they could travel safely.

At an ASEAN Socio-Cultural Community Council meeting, the premier warned that some countries’ legislative barriers could prevent ASEAN from producing the necessary legal frameworks by the 2015 deadline.

“The acceleration for an actual agreement for a management of protection and promotion rights of the migrant workers is needed to be signed before 2015,” said Hun Sen.
The premier did not specifically point the finger at any one country, though Cambodia itself is now in protracted negotiations with Malaysia to establish a Memorandum of Understanding to protect workers heading there for jobs.

Oum Mean, a secretary of state at the Ministry of Labour, suggested that that deal was not far from fruition.

“We are working with Malaysia on legislative mechanism management before moving toward signing an MOU,” he said.

Hun Sen banned Cambodian recruitment firms from sending domestic workers to Malaysia last October following a raft of abuses there including deaths, alleged rapes and beatings.

The only country with whom Cambodia has signed an MOU to curtail such exploitation is Thailand, where approximately 36,500 workers had migrated since 2006, Mean said.

He added that 11,290 Cambodians had legally migrated to Malaysia since 2000 to work as maids and that non-ASEAN destination countries included South Korea and Japan.

Moeun Tola, head of the labour program at the Community Legal Education Centre, said he estimated that some 300,000 of Cambodia’s 14 million citizens were now working abroad.

“They should have the right to join the trade union, and they should have the right to collective bargaining,” he said.

ASEAN countries that did not have such protections need to adopt the legal standards stipulated in International Labour Organization conventions on freedom of association, collective bargaining and the prevention of child labour, he added.
On a separate topic, Hun Sen also said yesterday that the Asian Development Bank had provided ASEAN with $500 million for regional infrastructure to improve connectivity, with additional support for the project from China, Japan and South Korea.

ตามรอยโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ ตอน... สักการะรอยพระบาทในหลวง จ.เชียงราย

ได้ยินแว่วๆ จากเพื่อนที่จังหวัดเชียงราย ว่าที่เชียงรายมีสถานที่น่าสนใจอยู่ ซึ่งนอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวที่ ขึ้นชื่อ นั่นก็คือ ศาลารอยพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของเรา ซึ่งเป็นรอยพระบาทที่มีอยู่แห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย ทำให้เรารู้สึก อยากไปชมให้เป็นบุญตา ในเมื่อเราไม่เคยมีโอกาสได้รับเสด็จพระองค์ท่านเลย อย่างน้อยขอมีโอกาสไปชมรอยพระบาทของพระองค์ก็ยังดี
หลังจากที่เราถึงตัวเมืองเชียงราย มุ่งหน้าสู่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ค่ายเม็งรายมหาราชทันที เราเข้าทางประตูด้านหลัง ฝั่งเดียวกับกาดไม้ หรือ ตลาดขายพันธุ์ไม้ ดอกไม้ ภายในค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อเข้าไปสู่ศาลารอยพระบาทในหลวงด้านใน ภายในค่ายกว้างขวางมาก เราผ่านแม่น้ำกกที่อยู่ข้างๆ ค่าย ซึ่งยามนี้แลดูน้ำไหลแรง และมีเรือล่องแม่น้ำกก ที่เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้ล่องแม่น้ำกกอย่างใกล้ชิด ขับผ่านตลอดเวลา เราขับรถขึ้นไปเรื่อยๆ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จากประตูทางเข้าด้านหลัง จนถึงศาลารอยพระบาทในหลวงด้านบน ซึ่งอยู่บนดอยโหยด และเมื่อขึ้นมาถึงบนดอยแล้ว สามารถมองเห็นวิวด้านล่างได้อย่างสวยงาม เห็นสะพานข้ามแม่น้ำกกอยู่ไกลๆ และเห็นศาลารอยพระบาทในหลวง เด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางภูเขา และแม่น้ำ
ความเป็นมาของรอยพระบาท
เรามาถึงได้มีโอกาสพบกับ พ.อ.ธำรงค์ ถาวร รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย ได้ออกมาให้การต้อนรับเราเป็นอย่างดี พร้อมได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะท่านบอกว่า ท่านก็เป็นหนึ่งในเรื่องราวประวัติศาสตร์ ก่อนที่จะเป็นที่มาของศาลารอยพระบาทในหลวงแห่งนี้ พ.อ.ธำรงค์ พาเราเดินไปที่ศาลาที่แสดงแผนที่พื้นที่ที่เกิดสถานการณ์ก่อการร้ายใน จ.เชียงรายเมื่อปี 2497 ซึ่งพวกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้เข้ามารุกรานผืนแผ่นดินไทยโดยเฉพาะพื้นที่บริเวณดอยยาว-ดอยผาหม่น ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมของเขตงาน 8 ในเขต อ.เทิง และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย รวมทั้งพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.ขุนตาล ด้วยกองกำลังติดอาวุธของ พคท. ตอนนั้นมีประมาณ 600 คน มีมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่า ม้งอีกประมาณ 2,300 คน เมื่อมีคนมารุกรานผืนแผ่นดินไทย ทำให้เกิดความหวาดกลัวไปทั่วพื้นที่ ส่งผลให้เกิดแผน
กลยุทธ์การต่อสู้ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ทรงมีรับสั่งให้กวาดล้างและทำความสะอาด พื้นที่ดังกล่าวให้จงได้ โดยใช้แผนกลยุทธ์การต่อสู้แบบลุกคืบเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว แล้วชาวบ้านค่อยๆ เข้าพื้นที่เพื่อเข้าไปยืดพื้นที่ ซึ่ง พ.อ.ธำรงค์ ถาวร ในสมัยเป็นทหารหนุ่มไฟแรง ก็เป็นหนึ่งในกองทัพดังกล่าว ที่นำทหารเข้าพื้นที่ โดยมี พ.ท.วิโรจน์ ทองมิตร เป็น ผบ.พัน ในสมัยนั้น ทหารทุกนาย ต่อสู้และเสียสละชีวิตไปจำนวนไม่น้อย จนกระทั่งแผนกลยุทธ์การต่อสู้ดังกล่าวสำเร็จ ทำให้ พคท.ล่มสลายในที่สุดเมื่อปี 2524 นั่นเอง จากนั้นเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2525 ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาธินัดดามาตุ เพื่อทรงเยี่ยมทหารหาญ และราษฎร ณ ฐานปฏิบัติการดอยพญาพิทักษ์ บนสันดอยยาว อ.เทิง จ.เชียงราย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาพระราชทาน ประทับรอยพระบาทของพระองค์ลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ ที่เตรียมไว้เพื่อเป็นมิ่งขวัญ แก่ทหารกล้าทั้งปวงนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ศาลารอยพระบาทในหลวง
เราเดินออกมาจากศาลาแสดงแผนที่พิกัดทาง ทหาร แล้วเดินไปยังศาลานิทรรศการ รอยพระบาท ที่แสดงเรื่องราว และสิ่งของเครื่องใช้ตอนที่ประทับรอยพระบาทของในหลวง แล้วก็ไปศาลารอยพระบาท ไปชมรอยพระบาทของในหลวงอย่างใกล้ชิด ซึ่ง พ.อ.ธำรงค์ ได้กล่าวว่า ณ เวลานั้น ท่านรู้สึกยินดี รู้สึกปิติที่พระองค์ทรงเสด็จมา ท่านบอกว่าไม่เคยคิดว่า พระองค์จะเสด็จมาในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยขนาดนี้ พระองค์ทรงเสด็จไปในทุกๆ ที่แม้กระทั่งสมรภูมิรบ ทำให้ทหารทุกนาย ชาวบ้านและบรรดา พคท.ที่กลับใจ รู้สึกยินดี ปลาบปลื้ม หาคำพูดไม่ได้จริงๆ การเดินทางมาชมรอยพระบาทในหลวง ไม่เสียค่าเข้าชม ประชาชนทั่วไปสามารถเดินทางเข้าชมได้เลย ในวันและเวลาราชการ หลังจากที่เราชมรอยพระบาทในหลวงแล้ว เรายังคงเดินทางกันต่อในจังหวัดเชียงราย เพื่อตามรอยโครงการพัฒนาตามพระราชดำริกันต่อ ซึ่งสถานที่ต่อไป ที่เราจะเดินทางไปนั้นก็คือ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งติดตามได้ในฉบับต่อไป
ขอขอบคุณ: พ.อ.ธำรงค์ ถาวร รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเชียงราย ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จ.เชียงราย
เรื่อง : ศรัญญา โรจน์พิทักษ์ชีพ / ภาพ : กฤตภาส สุทธิกิตติบุตร

UN: 22,000 displaced by Myanmar communal violence

MINBYA, Myanmar: More than 22,000 people from mainly Rohingya communities have been displaced in western Myanmar, the UN said Sunday, after a fresh wave of violence and arson that has left dozens dead.
Whole neighbourhoods were razed in unrest in Rakhine state this week, which has cast a shadow over the country's reforms and put further strain on relief efforts in the region, where some 75,000 people are already crammed into overcrowded camps following clashes between ethnic Rakhine and Rohingya in June.

The United Nations chief in Yangon, Ashok Nigam, said government estimates provided early Sunday were that 22,587 people had been displaced and 4,665 houses set ablaze in the latest bloodshed.
"We have to say that this is a current estimate and we suspect there may be additional numbers," he said, adding that 21,700 of those made homeless were Muslims.
Refugee camps for the Rohingya have been set up in Rakhine state of Myanmar, providing a bare minimum of facilities. (AFP Photo)
"These are people whose houses have been burnt, they are still in the same locality," said. He indicated thousands more who had surged towards the state capital Sittwe may not be included in that estimate.

The latest fighting has killed more than 80 people, according to a government official, bringing the total toll since June to above 170.

In Minbya, one of around eight townships affected by the fighting, a senior police official told AFP that more than 4,000 people, mainly Rohingya, had been made homeless after hundreds of properties in six villages were torched.

"Some victims are staying at their relatives' houses, some are in temporary relief camps, they are staying near those burnt areas," he said, adding that a heightened security presence had prevented further clashes.

"They are staying between Rohingya and Rakhine people," he said.

Nigam, who has just returned from a visit to the region, said the UN was concerned both about the potential of a further spread of violence and that it would be "more challenging" to reach the displaced in some of the remote affected areas.

He said the UN had already started mobilising to take food and shelter to displaced communities, "but we will quickly need more resources".

Boatloads of people have arrived in Sittwe seeking shelter in camps on the outskirts of the city that are already packed with minority Rohingya following June's unrest.

Rakhine government spokesman Hla Thein on Saturday said around 6,000 people had arrived in Sittwe, posing a challenge to overstretched local authorities who were looking to relocate them to another area.

Festering animosity between Rakhine and Rohingya have continued to simmer in Rakhine state since the outbreak of violence in June.

Myanmar's 800,000 Rohingya are seen as illegal immigrants from neighbouring Bangladesh by the government and many Burmese, and face discrimination that activists say has led to a deepening alienation from ethnic Rakhine.

Human Rights Watch on Saturday released satellite images showing "extensive destruction of homes and other property in a predominantly Rohingya area" of Kyaukpyu -- where a major pipeline to transport Myanmar gas to China begins.

The images show a stark contrast between the coastal area as seen in March this year, packed with hundreds of dwellings and fringed with boats, and in the aftermath of the latest violence, where virtually all structures appear to have been wiped from the landscape.

The stateless Rohingya, speaking a Bengali dialect similar to one in neighbouring Bangladesh, have long been considered by the United Nations as one of the most persecuted minorities on the planet.

Bangladesh on Thursday mobilised extra patrols along its river border with Myanmar amid reports of dozens of boats carrying Rohingya refugees fleeing the clashes.