เจาะ ระเบิดแสวงเครื่อง
โดย อาคม รวมสุวรรณ 17 ส.ค. 2558 21:30

ระเบิดแสวงเครื่องคืออะไร
ระเบิดแสวงเครื่อง (Improvised Explosive Devices–IED) จัดเป็น รูปแบบหนึ่งของกับระเบิด (Body Traps) เป็นการนำเอาวัสดุที่มีอยู่หรือวัสดุที่สามารถหาได้ง่าย เช่น ปุ๋ยยูเรีย ดินระเบิด นำมาประดิษฐ์เป็นระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น ทำให้การทำระเบิดแสวงเครื่องมีความซับซ้อนมากขึ้น และสามารถควบคุมการทำงานได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอเวลาแบบเดิม สามารถกำหนดการระเบิดได้ตามต้องการผ่านวิธีการควบคุมระยะไกล (Remote control) โดยการใช้โทรศัพท์จุดชนวนการที่ระเบิดแสวงเครื่อง สามารถประดิษฐ์จากวัสดุที่มีอยู่โดยทั่วไป ทำให้รูปแบบของระเบิดแสวงเครื่องมีหลายรูปแบบ และไม่มีลักษณะที่แน่นอน บางทีมาในรูปแบบของมือถือ กระถางต้นไม้ ถังขยะ รถมอเตอร์ไซค์ ทำให้ง่ายสำหรับผู้ก่อการร้ายในการจัดหาวัตถุดิบ การซุกซ่อนพกพา การประดิษฐ์ และการนำมาใช้ แต่จะเป็นการยากสำหรับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ในการตรวจค้นและเก็บกู้วัตถุระเบิด

ประเภทของระเบิดแสวงเครื่อง
1. ระบบสารเคมี เป็นการใช้สารเคมีทำให้เกิดการทำงานของระเบิดแสวงเครื่อง แต่ขั้นตอนจะยุ่งยากและกำหนดเวลาแน่นอนไม่ได้จึงไม่เป็นที่นิยมทำกัน
2. ระบบกลไก เป็นการใช้กลไกทำให้เกิดการทำงาน ของระเบิด เช่น การใช้ระบบนาฬิกาเป็นกลไก ระเบิดวิธีนี้นิยมใช้ข่มขู่ หรือการประสงค์ให้ตายเฉพาะบุคคล
3. ระบบไฟฟ้า ซึ่งนิยมใช้ในภาคใต้มากที่สุด เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ เพจเจอร์ โทรศัพท์ไร้สาย รีโมตคอนโทรล รถยนต์ รถหรือเครื่องบินวิทยุบังคับนำมาประกอบเชื้อปะทุไฟฟ้าและวัตถุระเบิด ระเบิดแสวงเครื่องแบบนี้เป็นที่นิยมกันมากเนื่องจากทำได้ง่าย สามารถควบคุมจังหวะการทำงานและกำหนดเวลาในการทำงานได้แน่นอน

ระเบิดแสวงเครื่องทำงานอย่างไร
1. ทำงานจากการกระทำของเหยื่อ เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่ต้องอาศัยบุคคลหรือ สิ่งอื่นๆ มากระทำเพื่อให้เกิดการระเบิด เช่น ยกระเบิด เปิดระเบิด หรือเอียงระเบิด
2. การทำงานแบบบังคับชุด เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่สามารถควบคุมการทำงานได้จากระยะไกล (Remote Control) เช่น วิทยุรับ-ส่ง, โทรศัพท์มือถือ ผู้ที่ประดิษฐ์ระเบิดแบบนี้จะต้องมีความรู้ พื้นฐานทางด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างดี ทั้งนี้โทรศัพท์ที่ใช้ในการทำระเบิดคือมือถือยี่ห้อโนเกีย รุ่น 3310 เนื่องจากแผงวงจรสามารถทำระเบิดได้ง่ายไม่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างอื่นมาพ่วง แต่มือถือรุ่นอื่น ก็ใช้ในการทำระเบิดได้ เพียงแต่ต้องหาอุปกรณ์พ่วงหรือบางรุ่นกำลังไฟมีไม่พอ นอกจากนี้ในการเปิดให้ประชาชนสามารถซื้อมือถือใช้ได้โดยไม่ต้องมีการลง ทะเบียนทำให้เกิดความยากในการติดตามจับกุม ซึ่งเมื่อมีการลงทะเบียนการเปิดใช้มือถือ ทั้งหมดจะสามารถช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่ใช้มือถือได้ทันที แต่ในขณะนี้เพิ่งจะเริ่มมีการควบคุม ดังนั้นเมื่อคนร้ายใช้มือถือจุดระเบิดเสร็จก็จะสามารถตรวจสอบได้
4. การทำงานแบบถ่วงเวลา ใช้อุปกรณ์ตั้งเวลาการทำงาน เช่น ใช้นาฬิกา หรือวงจรนับแบบอิเล็กทรอนิกส์
5. การทำงานแบบอาศัย สภาพแวดล้อม เช่น เมื่อโดนแสงสว่าง หรือมีเสียงดังวิธีสังเกตระเบิดแสวงเครื่อง เนื่องจากระเบิดแสวงเครื่องมีลักษณะภายนอกเหมือนกับวัสดุหรือของใช้ทั่วไป ทำให้การสังเกตหรือการพิสูจน์ทราบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องนั้นค่อนข้างทำ ได้ยาก แต่จะมีข้อพิจารณาในเบื้องต้นได้ดังนี้

2. เป็นวัตถุมีลักษณะภายนอกผิดปกติหรือผิดจากรูปเดิม ไป เช่น กล่อง มีร่องรอยเปรอะเปื้อน กล่องปิดผนึกไม่เรียบร้อย หรือมีรอยผนึกใหม่ มีรอยยับต่างๆ หรือมีสีที่เปลี่ยนแปลงไป
3. เป็นวัตถุที่ควรจะอยู่ในที่อื่นมากกว่าจะอยู่ตรงนั้น เช่น กล่องข้าวไปวางในห้างสรรพสินค้า หรือถังขยะไปวางตรง สี่แยกไฟแดง หรือมีกระถางต้นไม้ไปวางในดงต้นไม้ที่ไม่มีกระถาง
4. เป็นวัตถุที่ไม่เคยพบเห็น ณ ที่ตรงนั้นมาก่อนเลย เช่น มีถังขยะไปวางตรงทางเดินที่ไม่เคยมีถังขยะมาก่อน หรือมีกระเป๋า กล่องกระดาษ กล่องพลาสติก กล่องโฟม หรือสิ่งแปลกปลอมไปวางในสถานที่ ที่ไม่เคยมีของไปวาง จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นแค่เหตุผลในการพิจารณาเบื้องต้นเท่านั้น ดังนั้นทุกคนควรจะหมั่นสังเกตว่ามีสิ่งแปลกปลอมอะไรเข้ามาวางในบริเวณที่ อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน และควรจะทำและจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ จะได้สังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมได้ง่าย พื้นที่สาธารณะหากอะไรที่เก็บเข้าตู้ล็อกได้ควรทำให้เรียบร้อย พื้นที่ไหนอันตรายห้ามเข้าควรจะมีป้ายบอกและตรวจตราพื้นที่ดูสิ่งแปลกปลอม ตลอดเวลา

ถ้ามีข้อผิดสังเกตให้นึกไว้เสมอว่า วัตถุต้องสงสัยนั้นอาจจะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง เมื่อพบระเบิดแสวงเครื่องหรือวัตถุต้องสงสัยจะทำอย่างไร
1. ห้ามจับต้อง หยิบยกเคลื่อนย้าย ทำให้สั่นสะเทือน หรือเคลื่อนไหวโดยเด็ดขาด
2. สอบถามหาเจ้าของวัตถุต้องสงสัย หากไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าวัตถุต้องสงสัยอาจจะเป็นวัตถุระเบิด
3. จดจำลักษณะทั่วไปของวัตถุต้องสงสัยและบริเวณพื้นที่ที่พบเห็น เพื่อเป็นข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด ดังนี้- ขนาด, รูปร่างของวัตถุต้องสงสัย- ลักษณะบ่งบอกอื่นๆ เช่น มีเสียงการทำงาน, มีสายไฟฟ้า เป็นต้น
4. รายงานให้ผู้รับผิดชอบสถานที่นั้นทราบ โดยรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการต่อไป
5. อพยพผู้คนออกจากอาคารสถานที่นั้นโดยด่วนด้วยวิธีนุ่มนวล เพื่อไม่ให้เกิดการตื่นกลัว
6. กำหนดเขตอันตรายและป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ให้เข้าไปในเขตอันตราย โดยใช้การประมาณการจากขนาดของวัตถุต้องสงสัย
- ระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็กปิดกั้นระยะ 100 เมตร
- ระเบิดแสวงเครื่องขนาดใหญ่, รถยนต์ระเบิดปิดกั้นระยะ 400 เมตร
7. ผู้พบเห็นวัตถุต้องสงสัยให้รอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เก็บกู้วัตถุระเบิด
การลดอันตรายจากการระเบิด
1. เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบสถานที่สามารถดำเนินการเพื่อลดอันตรายได้โดยการจัด หายางรถยนต์ขนาดที่เหมาะสม (ไม่ใหญ่เกินไป) จำนวน 3–4 เส้น เพื่อครอบวัตถุต้องสงสัยไว้ แต่วิธีนี้ผู้เข้าไปครอบจะมีความเสี่ยงถ้าระเบิดเกิดการทำงาน
2. การใช้รถเข็นขนาดเล็ก (กว้าง 1 เมตร หรือ ไม่เกิน 2 เมตร) บรรทุกกระสอบทราย แล้วใช้ไม้ดันรถให้ไปใกล้ๆ สิ่งของต้องสงสัย ถ้ามีระเบิดแรงระเบิดจะถูกลดทอนลง โดยกระสอบทราย วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูงสุด
3. ต้องดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเท่านั้นและอย่าให้สิ่งของต้องสงสัย ถูกกระทบกระเทือนเป็นอันขาด สิ่งเหล่านี้จะเป็นมาตรการที่จะช่วยในการระวังป้องกัน และเตรียมตัวหากเกิดไปเจอกับระเบิดมรณะเข้าไม่มากก็น้อย หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเฝ้าระวัง หมั่นตรวจสอบสถานที่อยู่ การสูญเสียจากเหตุเหล่านี้จะลดน้อยลง เพราะลำพังอาศัยเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบคงไม่เพียงพอ เท่ากับเราช่วยตรวจสอบกันเอง
ระเบิดแสวงเครื่องมีส่วนประกอบดังนี้
ส่วน ดินระเบิดหลัก เช่น พวกดิน TNT, C4, C3, PETN, แอมโมเนียมไนเตรต ฯลฯ (ที่เป็นตัวทำให้เกิดแรงระเบิดที่มีผลในการทำลายตามที่ต้องการ) ส่วน ดินขยายการระเบิด เช่น เชื้อปะทุชนวน, เชื้อประทุไฟฟ้า ส่วนกำเนิดการจุด เช่น กระแสไฟ, ไฟ, ความร้อน, การเสียดสี
สำหรับ องค์ประกอบของวัตถุระเบิดแสวงเครื่องระบบไฟฟ้า มีส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน คือ
1. แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า
2. ตัวจุดระเบิด ได้แก่ เชื้อปะทุชนวน หรือเชื้อปะทุไฟฟ้า ทั้งทางทหาร และทางพลเรือน
3. ดินระเบิดหลัก ได้แก่ ดินระเบิดมาตรฐานทางทหาร, ทางพลเรือน หรือวัตถุระเบิดที่ทำเอง
4. ระบบสวิตช์ควบคุม ได้แก่ สวิตช์ปลอดภัย (Safety Swith), สวิตช์พร้อมระเบิด (Arming Swith), สวิตช์จุดระเบิด (Firing Swith) หรือวงจรสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดต่างๆ
- แหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ที่ให้พลังงานไฟฟ้าแก่ สวิตช์ควบคุมวงจรจุดระเบิด และตัวจุดระเบิด ได้แก่ แบตเตอรี่ชนิดและ
ขนาดต่างๆ (เชื้อปะทุไฟฟ้าสามารถจุดระเบิดด้วยแรงดันไฟฟ้าเพียง 0.7 โวลต์)
- ตัวจุดระเบิด / เชื้อปะทุ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นการใช้ เชื้อปะทุไฟฟ้า มาตรฐานทางพลเรือนที่ลักลอบนำมาจากเหมืองหินทั้งในและนอกพื้นที่ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่พบว่ามีการใช้ปะทุไฟฟ้ามาตรฐานทางทหาร การใช้ ชื้อปะทุชนวน นำมาแสวงเครื่อง เป็น เชื้อปะทุไฟฟ้า มีบ้างเล็กน้อย มีการใช้หลอดไฟฟ้าประดับนำมาแสวงเครื่องเป็นเชื้อปะทุสำหรับจุดระเบิดวัตถุ ระเบิดแรงต่ำ.
อาคม รวมสุวรรณ
chang.arcom@thairath.co.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น