วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

สำรวจแหล่งดำน้ำ ฝั่งทะเลอ่าวไทย

สำรวจแหล่งดำน้ำ ฝั่งทะเลอ่าวไทย





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

         ประเทศไทยมีธรรมชาติที่งดงามมากมายทั้งทะเลและภูเขา แต่ ดูเหมือนว่ากิจกรรมหนึ่งอย่างที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและต่างชาติ นั่นคือ ดำน้ำ อาจเพราะแหล่งดำน้ำลึกในประเทศไทยมีอยู่ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งแต่ละที่ก็สวยงามไม่แพ้ที่ไหน ๆ แต่วันนี้กระปุกท่องเที่ยวเอาใจคนที่หลงใหลความงดงามใต้ท้องทะเล ด้วยการไปดูแหล่งดำน้ำทางฝั่งทะเลอ่าวไทยกัน โดยเริ่มที่...

จังหวัดสุราษฎร์ธานี




         กองชุมพร : เป็น จุดดำน้ำที่ดีที่สุดของเกาะเต่าและมีระดับน้ำความลึกสูงสุดที่ 40 เมตร เป็นกองหินใต้น้ำ 4 กองที่ปกคลุมไปด้วยดอกไม้ทะเล คุณมักจะพบฝูงปลาข้างเหลืองนับพัน ๆ ตัว แหวกว่ายอวดโฉมให้เรากระหน่ำถ่ายภาพกันแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว, ฉลามวาฬ (เป็นฤดูกาล), ปลาเก๋ายักษ์, ปลาสากขนาดใหญ่, ปลาฉลามหัวบาตร, ปลาหูช้าง, Grey Reef Shark, ปลาทูน่า และปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ที่อาศัยอยู่กับดอกไม้ทะเล




         กองหินวงตั้ง : เป็น จุดดำน้ำที่ดีอีกจุดหนึ่ง อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเต่า มีปะการังอ่อนหลากสี แส้ทะเล และปลาหลากสีสัน และที่จุดนี้มีกองหินแกรนิตขนาดใหญ่หลายกองที่ปกคลุมไปด้วยกัลปังหาและแส้ ทะเล เริ่มต้นดำน้ำที่ 14 เมตรแล้วค่อย ๆ ดำน้ำลงไป มีปะการังอ่อนที่หลากหลายมากที่สุด ที่จุดนี้มีสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลมากมาย เช่น ปลาใบมีดโกน ที่ยอดเป็นหินโต๊ะที่ระดับ 10 เมตร แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับความลึกไปจนถึง 32 เมตร นอกจากนี้ ที่กองหินวงยังมี "ทากเปลือย" ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลในกลุ่มหอยไม่มีเปลือกห่อหุ้มอยู่ด้วย



         กองตุ้งกู : ภาษา อังกฤษเรียกว่า Southwest Pinnacle เป็นจุดดำน้ำที่นักดำน้ำชื่นชอบจุดหนึ่ง มีความลึกสูงสุดที่ 25 เมตร ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเต่า ใช้เวลาเดินทางจากเกาะเต่าประมาณ 1 ชั่วโมง มีลักษณะเป็นกองหินขนาดใหญ่ที่ทับสลับซับซ้อน ว่ายน้ำผ่านก็จะเห็นปลาปลาสาก ปลาไหลมอเรย์ยักษ์ ฉลามวาฬ (ตามฤดูกาล) ปลาเก๋ายักษ์ บางครั้งอาจจะพบฉลามเสือ และปลากระเบนจุดฟ้า ซ่อนอยู่ตามทรายเพื่อหาอาหาร กองหินที่สลับซับซ้อนนี้ทำให้เกิดลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษ มีกัลปังหาขนาดใหญ่ และเต่าทะเล จุดนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนคอร์สแอดวานซ์และโอเพ่นวอเทอร์



         หาดขอม : เป็นหาดเล็ก ๆ ทางใต้ของ หาดโฉลกหลำ เกาะพะงัน เป็นหาดที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะมาพักผ่อนระยะยาว ห่างไกลจากฝูงชน ที่พักเป็นแบบบังกะโล ที่มีระเบียงและมีเปลให้นอนเล่น แต่เป็นจุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมมาก เพราะมีปะการังที่หลากหลาย ทั้งปะการังสมอง ฟองน้ำสีน้ำเงิน และทากเปลือกโจรันนา ฯลฯ ทั้งนี้ โรงเรียนสอนดำน้ำจากหาดโฉลกหลำและเรือพานักดำน้ำมาดำน้ำตื้นที่นี่ หาดนี้อยู่ทางทิศเหนือ ทำให้ไม่สามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกได้



         เกาะนางยวน : เป็นเกาะเล็ก ๆ ห่างจากเกาะเต่าไม่กี่นาที ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะที่เชื่อมต่อกันด้วยหาดทรายสีขาว นับเป็นหาดที่สวยที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทะเลรอบ ๆ สันทรายสีเขียวมรกต และมีแนวปะการังที่ระดับความลึก 14 เมตรใต้ทะเล ทำให้เป็นจุดที่เหมาะกับนักดำน้ำมือใหม่ คุณจะชอบปะการังและปลาสวย ๆ เช่น ปลานกแก้ว ปลาผีเสื้อ ปลาการ์ตูน ปลาสาก และปลาเก๋า



         กองหินแดง : อยู่ ทางทิศเหนือของเกาะนางยวน ใกล้กับถ้ำใต้น้ำของเกาะนางยวนเหนือ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มเกาะนางยวน ความลึก 18 เมตร เคยพบกระเบนนก และกระเบนราหู และมีกองหินสองกองเป็นจุดดำน้ำที่เยี่ยมมาก มีสัตว์นานาชนิด คุณจะได้เห็นปะการังอ่อน แส้ทะเล โฟลิปของปะการัง ปะการังเขากวางที่สวนใต้น้ำแห่งนี้ จะเห็นปลาวัว ปลาผีเสื้อ ปลากระพง และปลาอีกมากมายว่ายไปมา




         กองหินขาว : ตั้ง อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะเต่า มีความลึกตั้งแต่ 6 – 22 เมตร เป็นกลุ่มกองหินใต้น้ำหลายกอง พื้นหินปกคลุมด้วยปะการังแข็ง ฟองน้ำ กัลปังหา ดอกไม้ทะเลและแส้ทะเล ปลาที่พบได้แก่ปลาสาก ปลาปักเป้า ปลาผีเสื้อ ปลานกแก้ว ปลาวัว ปลาไหลมอเรย์ และทากทะเล นับเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำยอดนิยมรอบ ๆ เกาะเต่า เหมาะสำหรับนักดำน้ำมือใหม่และระดับปานกลาง




         เกาะม้า : ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมจากนักดำน้ำที่เกาะพะงัน เป็นจุดที่มีความหลากหลายของปะการัง ปะการังอ่อน ปลาและดอกไม้ทะเล สำหรับนักดำน้ำตื้น สามารถเดินจากหาดแม่หาดไปดำน้ำที่เกาะม้าได้ หรือท่านจะเช่าเรือหางยาวไปดำน้ำรอบเกาะม้าก็ได้


จังหวัดชุมพร





         หินแพ : เป็นกองหินอันดับสองที่เป็นแหล่งดำน้ำที่จังหวัดชุมพร ตั้งอยู่ด้านเหนือสุดของพื้นที่ อยู่ระหว่างจุดดำน้ำที่เป็นที่นิยมทั้ง 4 แห่งของชุมพร คือ ง่ามน้อย ง่ามใหญ่ หินหลักง่าม และหินแพ นักดำน้ำจะได้เห็นปะการัง กองหิน และถ้ำใต้ทะเล ปลาหลากหลาย




         เกาะง่ามใหญ่ : ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นเกาะสัมปทานรังนกนางแอ่น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 17 กิโลเมตร ตัวเกาะมีลักษณะเป็นผาหินปูนสูงชัน บริเวณรอบเกาะไม่มีชายหาดหรือที่ราบ แต่เป็นแหล่งดำน้ำที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่ง โดดเด่นด้านถ้ำใต้ทะเล ปะการังดำ กัลปังหา ถ้วยทะเล และปลาหลากหลายชนิด



         เกาะง่ามน้อย : เป็นเกาะที่อยู่ห่างจาก เกาะง่ามใหญ่ 300 เมตร ถึงแม้ว่าเกาะง่ามน้อยจะมีขนาดเล็กกว่าสองเท่า แต่ก็มีความงดงามไม่แพ้เกาะง่ามใหญ่ โดยประกอบด้วยหินที่ปกคลุมไปด้วยปะการัง ด้านบนเกาะมีรังนกแอ่นกินรัง ซึ่งนักดำน้ำจะพบปลาสิงโต เต่าทะเล หอยเบี้ย และฝูงปลาน้อยใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้ทะเล เม่นทะล และปลาการ์ตูนอินเดียนแดงด้วย ถึงแม้บางครั้งอาจมีกระแสน้ำบ้าง แต่ทะเลด้านหน้าของเกาะง่ามน้อยเรียกกว่าหลักง่าม ซึ่งเป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร





         เกาะหลักง่าม : เป็นเกาะขนาดเล็ก อยู่ทางทิศใต้ของเกาะง่ามน้อย และห่างจากหาดทุ่งวัวแล่นประมาณ 1.5 ชั่วโมง มีลักษณะเป็นหินโผล่กลางน้ำ ขนาดกว้างแค่ 20-30 เมตร มีอยู่สองก้อน เป็นที่ให้นกทะเลมาพักอาศัย เวลาเรือแล่นผ่านนกทะเลเหล่านี้จะบินหนี ถ้านกรู้สึกว่ามันปลอดภัยมันก็บินกลับลงมาเกาะใหม่ มีแนวปะการังที่สวยงาม ปะการังรอบเกาะเป็นแบบแนวปะการังริมฝั่ง ปรากฏอยู่รอบเกาะมีระดับความลึก 10-12 เมตร มีสภาพสมบูรณ์ดี เหมาะสำหรับการดำน้ำลึกที่ชุมพร





         เรือหลวงปราบ : เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 09.59 น. อดีตเรือหลวงปราบ...เรือรบปลดประจำการ ได้ถูกนำไปวางอยู่ใต้ท้องทะเล บริเวณด้านใต้ของเกาะง่ามน้อย โดยส่วนท้ายของเรือได้จมลงก่อน จากนั้นค่อย ๆ เอียงขวาจมลงไปจนหัวเรือมิดน้ำ เพื่อเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ และเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้แก่แหล่งท่องเที่ยวของอ่าวไทย ตามโครงการแหล่งเรียนรู้เรือหลวงไทยใต้ท้องทะเลชุมพร

         นอกจากนี้ ยังมี กองหินโลซิน เขาหินใต้น้ำกลางทะเลเวิ้งว้างในอ่าวไทย ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาไม่เกิน 100 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นเกาะสุดท้ายก่อนสุดเขตน่านน้ำของไทย ที่มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์มากมาย แต่ไม่ปรากฏว่าอยู่ในจังหวัดใด เหตุเพราะห่างจากหาดสุกรีในเขตอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ประมาณ 72 กิโลเมตร ห่างจากฝั่งจังหวัดนราธิวาส ไปทางตะวันออกราว 106 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าเรือสงขลาประมาณ 180 กิโลเมตร แต่ที่แน่ ๆ คือ  มีแนวปะการังที่กินพื้นที่กว้างราว 1 กิโลเมตร มีทั้งปะการังเขากวาง ปะการังโขด ฟองน้ำครก ปะการังโต๊ะ ฯลฯ  อีกทั้งยังเป็นแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์ มีพืชใต้น้ำและฝูงปลาอาศัยอยู่ และลึกลงไปใต้ท้องสมุทรก็ยังเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลานานาชนิด

         และนี่คือแหล่งดำน้ำในฝั่งทะเลอ่าวไทยที่เราหยิบมาฝากกัน หากมีเวลาก็ลองแวะเวียนไปสัมผัสกันดูนะจ๊ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น